1. WPA2
หมายถึง มาตราฐานในการเข้ารหัสความปลอดภัย ที่พัฒนาเพิ่มเติมมาจาก WPA
เวอร์ชั่นแรก รองรับการเข้าถึงระดับ 192-bit และ 256-bit
ซึ่งถือได้ว่าเป็นมาตราฐานในการตั้งรหัสผ่านที่ใช้กันอยู่แพร่หลายใน
ปัจจุบัน
2. WPA (Wi-Fi Protected Access)
หมายถึง มาตราฐานในการเข้ารหัสความปลอดภัย ที่ผ่านอีกขั้นจาก WEP ในเรื่องของการเข้ารหัสและการถอดรหัส
3. Wi-Fi (Wireless Fidelity)
หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานร่วมกับระบบเครือข่ายไร้สาย
ซึ่งอยู่บนมาตราฐาน IEEE 802.11 ปัจจุบัน เราจะเห็นอุปกรณ์โมบายต่างๆ มี
Wi-Fi เป็นมาตราฐาน เพื่อใช้สำหรับการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายโดยเฉพาะ
4. WEP (Wired Equivalent Privacy) Encryption
หมายถึง มาตราฐานในการเข้ารหัสความปลอดภัย
โดยเฉพาะกับการใช้งานในระบบเครือข่ายไร้สายหรือ Wi-Fi ซึ่งผลก็คือ
การจะใช้งานจะต้องมีการใส่รหัสผ่านในการเข้าถึงเสียก่อน อย่างไรก็ตาม WEP
Encryption นี้ ยังมีระดับความปลอดภัยไม่สูงมากนัก และไม่แนะนำให้ใช้
5. VPN (Virtual Private Network)
หมายถึง ระบบที่ใช้สำหรับการเน็ตเวิร์คแบบส่วนตัว หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ
คือ เป็นการสร้างท่อในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ผ่านทางระบบ
เน็ตเวิร์คแบบไร้สาย การใช้งานจะต้องใช้โปรแกรมในการสร้าง VPN ขึ้นมา
6. IP Address (Internet Protocol Address) หมายถึง หมายเลขของอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค ไม่ว่าจะเป็น LAN Card, Wi-Fi, ADSL
Router สำหรับ IP Address จะประกอบด้วยตัวเลขสี่ชุด เช่น 192.168.1.20
เป็นต้น ซึ่งหมายเลข IP Address นี้จะไม่สามารถซ้ำกันได้ใน Network
เดียวกัน
7. Mac Address
หมายถึง หมายเลขประจำตัวของอุปกรณ์ทางด้านเน็ตเวิร์ค
โดยหมายเลขนี้จะไม่มีวันซ้ำกันโดยเด็ดขาด ตัวอย่าง หมายเลข Mac Address
มีดังนี้ 00-1B-FC-66-CF-09 เป็นต้น
8. Infrared
การสื่อสารระยะสั้น หรือระยะใกล้ๆ การสื่อสารจะใช้ลักษณะการยิงสัญาณโดยตรงถึงกัน ตัวอย่างอุปกรณ์ที่นิยมใช้คือ Remote Control
9. ADSL Router
หมายถึง อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย ผ่านสายโทรศัพท์
แต่สามารถแชร์อินเตอร์เน็ตได้ทั้งในรูปแบบเชื่อมต่อผ่านสาย LAN
และแบบไร้สายหรือ Wireless ปัจจุบันราคา ADSL Router แพงกว่า ADSL Modem
เพียงเล็กน้อยเท่านั้้น
10. Bluetooth คือ สัญญาณบลูทูธ เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่
เกิดขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1998 ใช้ความถี่ในการส่งสัญญาณข้อมูล
2.5 GHz. สื่อสารได้ในระยะทางไม่เกิน 10 เมตร สื่อสารระหว่างอุปกรณ์หลาย ๆ อุปกรณ์ได้
วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558
วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558
ศัพท์ NETWORK 3
1. Domain กลุ่มของคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่บนเครือข่าย
10. OSI (Open Systems Interconnect) Model คือ เป็นแบบจำลอง
ที่อธิบายถึงโครงสร้างการทำงานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยแบ่งออกเป็น 7 เลเยอร์ ที่มีหน้าที่ต่างๆ กัน โดยได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นในปี 1984
โดย Open Systems Interconnect
วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558
ศัพท์ NETWORK 2
1. Address ที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต หรือ ที่อยู่ของอีเมล์
2. ADSL Asymmetric DSL หมายถึง เทคโนโลยี DSL ที่สามารถ ส่งสัญญาณข้อมูล แบบแบนด์วิดท์ไม่สมดุลย์ ผ่านคู่สายสัญญาณ เพียงคู่เดียวได้ โดยทั่วไป แบนด์วิดท์ของ ช่องสัญญาณขาลง (downstream bandwidth) ซึ่งมีทิศทาง การส่งข้อมูล จากเครือข่ายไปสู่ผู้ใช้ จะมีขนาด กว้างกว่าแบนด์วิดท์ของ ช่องสัญญาณขาขึ้น (upstream bandwidth) ซึ่งมีทิศทาง การส่งข้อมูล จากผู้ใช้ไปสู่เครือข่าย
3. ATM Asynchronous Transfer Mode ซึ่งภายใต้การส่งข้อมูล แบบ ATM นี้ ข้อมูลหลายๆ ประเภท (ตัวอย่างเช่น เสียง ภาพ หรือตัวอักษร และตัวเลข) จะถูกส่งไปในรูปของ หน่วยข้อมูลที่เรียกว่า Cells ที่มีความยาว คงที่ตลอด (แทนที่จะ ถูกส่งในลักษณะของ "กลุ่ม" ข้อมูล (packets) ที่มีความยาว หลากหลายไม่คงที่ ซึ่งใช้กันใน เทคโนโลยีเช่น Ethernet และ Fiber Distributed Data Interface หรือที่เรียกว่า FDDI)
4. Backbone เปรียบได้กับ กระดูกสันหลัง ของเครือข่ายสื่อสาร เป็นส่วนสำคัญ ของเครือข่าย ที่ทำหน้าที่เป็น เส้นทางหลัก ในการส่งข้อมูล ระหว่างเครือข่าย มากกว่า ที่จะใช้ส่งข้อมูล กันภายใน
5. Bandwidth แบนด์วิดท์ หมายถึง ความจุข้อมูล ของเส้นทาง เชื่อมต่อเครือข่าย ที่สามารถส่งผ่านไปได้ ซึ่งบอกถึง ความเร็วในการส่งข้อมูล ตัวอย่างเช่น การเชื่อมโยงระบบ Ethernet นั้น สามารถส่งผ่านข้อมูลได้ เป็นจำนวน 10 ล้านบิตต่อวินาที ในขณะที่ การเชื่อมโยงระบบ Fast Ethernet นั้น สามารถส่งข้อมูลได้ เร็วกว่าถึง 100 ล้านบิตต่อวินาที จึงมีแบนด์วิดท์มากกว่า เป็น 10 เท่า
6. Browser โปรแกรมสำหรับใช้เล่น internet เวิลด์ ไวด์ เว็บ (www) ได้แก่ Internter Explorer, Netscape, Opera
7. Client ไคลแอ็นท์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องปลายทาง (terminal) ที่ต่ออยู่กับ เครือข่าย ที่สามารถใช้ "บริการ" ร่วมกันกับ เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นได้ บริการเหล่านี้ จะถูกจัดเก็บ และบริหาร โดยเครื่องเซิร์ฟเวอร์
8. Compose การแต่ง หรือเขียนจดหมาย Email
9. Dial up การติดต่อกับคอมพิวเตอร์ หรือระบบเครือข่าย ผ่านทางสายโทรศัพท์
10. DNS Domain Name Server การแปลงชื่อโฮตของเครือข่ายไปเป็นแอดเดรศ บนระบบเครือข่าย TCP/IP หรือใน internet
วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558
ศัพท์ NETWORK 1
1. Physical layer ข้อกำหนดมาตรฐานคุณสมบัติทางกายภาพของฮาร์ดแวร์ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ทั้ง 2 ระบบ
2. Data Link การส่งข้อมูลบน network แต่ละประเภทเช่น Ethernet, Token ring, FDDI, หรือบน WAN ต่างๆ ดูแลเรื่องการห่อหุ้มข้อมูลจาก layer
3. Network ออกแบบหรือกำหนดเส้นทางการเดินทางของข้อมูลที่จะส่ง-รับในการส่งผ่านข้อมูล ระหว่างต้นทางและปลายทาง ซึ่งแน่นอนว่าในการสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายการสื่อสารจะ ต้องมีเส้นทางการส่ง-รับข้อมูลมากกว่า 1 เส้นทาง
4. Transport บางครั้งเรียกว่า เลเยอร์ชั้น Host-to-Host หรือเครื่องต่อเครื่อง และจากเลเยอร์ชั้นที่ 4 ถึงชั้นที่ 7 นี้รวมกันจะเรียกว่า เลเยอร์ End-to-End ในเลเยอร์ชั้น Transport นี้เป็นการสื่อสารกันระหว่างต้นทางและปลายทาง (คอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์)
5. Session ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ โดยผู้ใช้จะใช้คำสั่งหรือข้อความที่กำหนดไว้ป้อนเข้าไปใน ระบบ
6. Presentation รวบรวมข้อความ (Text) และแปลงรหัส หรือแปลงรูปของข้อมูล ให้เป็นรูปแบบการสื่อสารเดียวกัน เพื่อช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานในระบบ
7. Application เป็นชั้นที่อยู่บนสุดของขบวนการรับส่งข้อมูล ทำหน้าที่ติดต่อกับผู้ใช้ โดยจะรับคำสั่งต่างๆจากผู้ใช้ส่งให้คอมพิวเตอร์แปลความหมาย และทำงานตามคำสั่งที่ได้รับในระดับโปรแกรมประยุกต์ เช่นแปลความหมายของการกดปุ่มเมาส์ให้เป็นคำสั่งในการก็อปปี้ไฟล์ หรือดึงข้อมูลมาแสดงผลบนหน้าจอเป็น Browser, HTTP,FTP, Telnet, WWW, SMTP, SNMP,NFS เป็นต้น
2. Data Link การส่งข้อมูลบน network แต่ละประเภทเช่น Ethernet, Token ring, FDDI, หรือบน WAN ต่างๆ ดูแลเรื่องการห่อหุ้มข้อมูลจาก layer
3. Network ออกแบบหรือกำหนดเส้นทางการเดินทางของข้อมูลที่จะส่ง-รับในการส่งผ่านข้อมูล ระหว่างต้นทางและปลายทาง ซึ่งแน่นอนว่าในการสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายการสื่อสารจะ ต้องมีเส้นทางการส่ง-รับข้อมูลมากกว่า 1 เส้นทาง
4. Transport บางครั้งเรียกว่า เลเยอร์ชั้น Host-to-Host หรือเครื่องต่อเครื่อง และจากเลเยอร์ชั้นที่ 4 ถึงชั้นที่ 7 นี้รวมกันจะเรียกว่า เลเยอร์ End-to-End ในเลเยอร์ชั้น Transport นี้เป็นการสื่อสารกันระหว่างต้นทางและปลายทาง (คอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์)
5. Session ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ โดยผู้ใช้จะใช้คำสั่งหรือข้อความที่กำหนดไว้ป้อนเข้าไปใน ระบบ
6. Presentation รวบรวมข้อความ (Text) และแปลงรหัส หรือแปลงรูปของข้อมูล ให้เป็นรูปแบบการสื่อสารเดียวกัน เพื่อช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานในระบบ
7. Application เป็นชั้นที่อยู่บนสุดของขบวนการรับส่งข้อมูล ทำหน้าที่ติดต่อกับผู้ใช้ โดยจะรับคำสั่งต่างๆจากผู้ใช้ส่งให้คอมพิวเตอร์แปลความหมาย และทำงานตามคำสั่งที่ได้รับในระดับโปรแกรมประยุกต์ เช่นแปลความหมายของการกดปุ่มเมาส์ให้เป็นคำสั่งในการก็อปปี้ไฟล์ หรือดึงข้อมูลมาแสดงผลบนหน้าจอเป็น Browser, HTTP,FTP, Telnet, WWW, SMTP, SNMP,NFS เป็นต้น
8. IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers) เป็นองค์กรสากลที่สร้างและพัฒนามาตรฐานด้านอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
รวมไปถึงการสื่อสารและวิทยาการคอมพิวเตอร์มีการประกาศมาตรฐานต่างๆ ไว้มากกว่า 900
มาตรฐาน
9. OSI (Open Systems Interconnect) Model เป็นแบบจำลอง ที่อธิบายถึงโครงสร้างการทำงานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
โดยแบ่งออกเป็น 7 เลเยอร์ ที่มีหน้าที่ต่างๆ กัน โดยได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นในปี 1984
โดย
Open Systems Interconnect
10.Computer Network คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งหมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องที่มีความสามารถติดต่อกันเพื่่อแลกเปลี่่ยนข้อมูลกันได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)